ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา
ภาคีความร่วมมือ

















































 
บทเรียนในการผลักดันนโยบายสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน
ของแรงงานนอกระบบผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

โดยสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ

เกริ่นนำ
           จากประสบการณ์และบทเรียนของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพมูล ร่วมกับเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ( Homenet Thailand) ในการรณรงค์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน แก่ผู้ทำการผลิตที่บ้าน (Home based workers) ทั้งที่ทำงานในลักษณะ self employed และ sub contracted รวมทั้งเกษตรกรในระบบเกษตรพันธะสัญญา มีบทเรียนในการทำงานที่สำคัญประการหนึ่งคือ มูลนิธิฯพบว่าการขับเคลื่อนระดับนโยบายเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบโดยรวม จะเป็นการสร้างหลักประกันในการคุ้มครองและดูแลแรงงานนอกระบบอย่างยั่งยืน ในที่นี้มูลนิธิจึงจะนำเสนอประสบการณ์การผลักดันให้การดูแลสุขภาพความปลอดภัยในการทำงานเป็นนโยบายขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นได้อย่างไร
สภาพทั่วไปของ อบต.
โดยทั่ว ๆ ไป องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จะมีลักษณะดังนี้
• มีประสบการณ์และแนวคิดการพัฒนาในมิติของการพัฒนาโครงสร้างส่วนบน (infra structure) และสาธารณูปโภค ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา
• ขาดข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องแรงงาน ทั้งในมิติเรื่องปัญหาของแรงงาน สิทธิแรงงาน และกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
• รู้จักกลุ่มแรงงานนอกระบบในฐานะที่เป็น “กลุ่มอาชีพ” ของประชาชนในพื้นที่ และลักษณะของการสนับสนุนที่ อบต. เคยมีให้แก่กลุ่มอาชีพเหล่านี้ ได้แก่ การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบกิจการ การอบรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ หีบห่อ และ การอบรมเรื่องการตลาด เป็นต้น
• งานด้านสุขภาพที่ อบต. เคยดำเนินการมานั้นส่วนใหญ่เป็นการให้การสนับสนุน หรือดำเนินการร่วมกับสถานีอนามัยในท้องถิ่น จึงมักจะเป็นไปตามแผนงาน และกระแสหลักของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานด้านสุขภาพอื่น ๆ เช่น การกำจัดลูกน้ำยุงลาย การออกกำลังกาย ลานกีฬาต้นยาเสพติด เป็นต้น
• แรงงานนอกระบบเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวสมาชิก อบต. บางแห่งสมาชิก อบต.บางคนมีอาชีพเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้าน หรือเป็นเกษตรกรในระบบพันธะสัญญาเอง หรืออย่างน้อยก็มีกลุ่มแรงงานนอกระบบอยู่ในชุมชนของตน จึงง่ายที่จะทำความเข้าใจ และพัฒนาวิสัยทัศน์ในการทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ
ขั้นตอน / กิจกรรมในการทำงานสร้างนโยบาย ของ อบต. ในเรื่องสุขภาพความ ปลอดภัยของแรงงานนอกระบบ

1. คัดเลือก อบต. ที่จะดำเนินงาน โดยพิจารณาพื้นที่ที่ มูลนิธิได้
ทำงานกับกลุ่มผู้ทำการผลิตที่บ้านและ/หรือกลุ่มแรงงานภาคเกษตร และสถานีอนามัยอยู่ก่อนแล้ว จนมีรูปธรรมของการพัฒนาสภาพความปลอดภัยในการทำงานของกลุ่มในระดับหนึ่ง

2. ให้ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องแรงงานนอกระบบ โดย
- จัดอบรม สัมมนา เสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องสภาพการทำงาน ปัญหาที่ประสบ แนวคิดเรื่องการคุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล นโยบายและกฎหมายแรงงานของไทยในปัจจุบันกับโอกาสและข้อจำกัดในการคุ้มครองแรงงานนอกระบบ ฯลฯ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและคุ้มครองโรค สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด นักกฎหมายแรงงาน นักวิชาการ เป็นวิทยากร
- ให้ตัวแทนจากกลุ่มแรงงานนอกระบบได้มานำเสนอสภาพการทำงานและปัญหาของตนเองในเวที ที่ประชุมของ อบต.

3. สนับสนุนให้ อบต. ได้สำรวจข้อมูลของกลุ่มแรงงานนอกระบบในพื้นที่ โดยตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง อบต. สถานีอนามัย ผู้นำกลุ่มแรงงานนอกระบบในพื้นที่ และนำมาเสนอในที่ประชุม อบต. ซึ่งมีผลให้ อบต. มีความเข้าใจอย่างเป็นรูปธรรม และมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการทำงานต่อไปในอนาคต

4. นำเสนอความเป็นไปได้ของปฏิบัติการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเรื่องสุขภาพความปลอดภัยของแรงงานนอกระบบ โดยการ
- ให้ผู้นำของ อบต. ทั้งส่วนของผู้บริหาร สมาชิก และเจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์กิจกรมต่าง ๆ ที่ มูลนิธิ ฯ สถานีอนามัย ทำร่วมกับกลุ่มแรงงานนอกระบบ
- จัดการศึกษาดูงานให้ผู้นำของ อบต. ทั้งส่วนของผู้บริหาร สมาชิก และเจ้าหน้าที่ ได้เห็นความสำเร็จของหน่วยงานต่าง ๆ หรือพื้นที่อื่น ๆ ที่มีความสำเร็จในการพัฒนาสุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานนอกระบบ

5. สร้าง commitment และวิสัยทัศน์ ของ อบต. ที่จะพัฒนาสุขภาพและความ
ปลอดภัยของแรงงานนอกระบบ
ซึ่งเกิดขึ้นจากการทำงานในข้อ 2 , 3 และ 4

6. ตั้งตัวแทนจาก อบต. เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน
ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย ผู้นำกลุ่มแรงงานนอกระบบในพื้นที่ และหัวหน้าหน่วยงานอื่น ๆ ในระดับพื้นที่ เช่น พัฒนากรตำบล เกษตรตำบล และเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ
ซึ่งการสนับสนุนต่าง ๆ ที่ มูลนิธิฯให้กับคณะทำงานชุดนี้ ได้แก่
- อำนาจในการตัดสินใจ และงบประมาณที่จะดำเนินงานพัฒนาสุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานนอกระบบในพื้นที่นั้น ๆ
- การฝึกอบรมต่าง ๆ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในระดับที่สามารถเป็นวิทยากรในประเด็นสุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานนอกระบบ
- การเปิดโอกาสให้เข้าร่วมประชุม สัมมนา เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่มูลนิธิฯ หรือหน่วยงานอื่น ๆ จัดขึ้นเพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์และมุมมองในการทำงานของคณะทำงานให้กว้างขึ้น

7. สนับสนุนกิจกรรมนำร่องเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยของกลุ่มแรงงานนอกระบบในพื้นที่ให้เกิดเป็นรูปธรรมความสำเร็จ เช่นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัย การปรับปรุงกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีการผลิต ให้ปลอดภัย ( CT – Clean Technology ) การใช้อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคล ( PPE - Personal Protection Equipment ) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย และการติดตามประเมินผลสภาพความปลอดภัยในการทำงานของกลุ่ม
อนึ่งรูปธรรมความสำเร็จของการปรับปรุงในระดับกลุ่มนี้ นอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาความปลอดภัยของกลุ่มแรงงานนอกระบบเองแล้ว จะเป็นผลสำเร็จของการดำเนินงานของคณะทำงานพื้นที่ และ อบต.ด้วย และมีความสำคัญสำหรับการตัดสินใจดำเนินงานของ อบต.ในประเด็นนี้ต่อไปในอนาคต

8. เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ผลงาน ที่เกิดขึ้นในฐานะที่เป็นผลงานของคณะทำงานร่วมกับ อบต. ในรูปของการจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ VDO CD ตลอดจนรับเป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ ดูงาน ของ อบต. อื่น ๆ ตลอดจนหน่วยงานอื่น ๆ ที่สนใจ

9. นำเสนอผลการดำเนินงานของคณะทำงานต่อที่ประชุมของ อบต. อย่างสม่ำเสมอ เป็นระยะ ๆ และในช่วงจังหวะที่สำคัญ คือ ช่วงของการจัดทำแผนงานและงบประมาณของ อบต. เพื่อที่จะกระตุ้นให้ อบต. ทั้งคณะ คือเจ้าหน้าที่ ฝ่ายริหาร และสมาชิก เห็นบทบาทของอบต.ต่อประเด็นนี้อันจะนำไปสู่การกำหนดลงในแผนงานและงบประมาณของ อบต.ต่อไป

10. ร่วมกับ อบต. ในการคิดค้นสร้างสรรค์ นวัตกรรมอื่น ๆอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสุขภาพความปลอดภัยของแรงงานนอกระบบ แล้วอบต.ควรจะมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านอื่น ๆของแรงงานนอกระบบด้วย เพราะแรงงานนอกระบบไม่ได้เผชิญแต่ปัญหาเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการคุ้มครองดูแล เช่น การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการสำหรับแรงงานนอกระบบ การจัดตั้งศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบของ อบต. การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากกระบวนการผลิตของกลุ่มแรงงานนอกระบบ
ผลลัพท์ที่ได้จาการทำงาน
           จากการทำงานกับ อบต. ด้วยกระบวนการดังกล่าวเป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี ในทั้ง
4 ภูมิภาค เหนือ กลาง ใต้ อีสานซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของ มูลนิฯ นั้นองค์กรปกครองท้องถิ่น ได้แก่ เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เข้าใจ และเห็นความสำคัญในการทำงานส่งเสริมสุขภาพความปลอดภัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตในการทำงานของแรงงานนอกระบบ และได้กำหนดให้มีแผนงานและงบประมาณเพื่อกิจกรรมดังกล่าว มีจำนวน 12 อบต. ที่มีความเข้มข้นในการทำงานร่วมกับสถานีอนามัยและผู้นำกลุ่มแรงงานนอกระบบ ในรูปคณะทำงานพื้นที่ และจำนวน 4 อบต. ที่จัดตั้งศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบ จำนวน 1 อบต.มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการสำหรับกลุ่มแรงงานนอกระบบ และจำนวน 1 อบต. ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากกระบวนการผลิตของกลุ่มแรงงานนอกระบบ
           และผลจากการทำงานอย่างเข้มข้นของ อบต.และคณะทำงานเหล่านี้ ก่อให้เกิดพื้นที่
ต้นแบบ 12 แห่ง ที่มีองค์ประกอบของผู้นำกลุ่มที่มีศักยภาพและความเข้มแข็งในการทำงานด้านสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน และการรณรงค์กฎหมายนโยบาย กลุ่มแรงงานนอกระบบที่มีกิจกรรมพัฒนาสุขภาพ และความปลอดภัยในการทำงาน มีความเข้าใจและตระหนักในเรื่องสิทธิแรงงาน สวัสดิการทางสังคม เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยมีการดำเนิน งานอาชีวอนามัย ในการบริการสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิ และองค์กรปกครองท้องถิ่นมีส่วนร่วม มีบทบาทให้การสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาสุขภาพ และความปลอดภัยในการทำงาน และคุณภาพชีวิตของกลุ่มแรงงานนอกระบบในพื้นที่


**************************