ความเป็นมาของการเริ่มดำเนินการโครงการในพื้นที่ภาคกลาง
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ
เริ่มดำเนินการโครงการ พัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ โดยรับเงินสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพในปี
พ.ศ. 2547 เป้าหมายที่สำคัญในการปฏิบัติการ ระดับพื้นที่คือการจัดทำพื้นที่ต้นแบบเรื่องอาชีวอนามัยความปลอดภัยในแต่ละพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้ง
4 ภาคของประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบหรือรูปแบบการดำเนินงานที่ สร้างความเข็มแข็งให้กับแรงงานนอกระบบ
ชุมชนและสังคมในการสร้างสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ
การพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กฎหมาย และมาตรการในการคุ้มครองส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของแรงงานนอกระบบทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ
ซึ่งเดิมการทำงานของ
Homenet นั้นไม่มีพื้นที่หรือองค์กรภาคีที่ทำงานในพื้นที่ ภาคกลางทั้ง
24 จังหวัด มีเพียงพื้นที่เดิมที่ดำเนินการอยู่ในกรุงเทพฯ หากพิจารณาเป้าหมายผลลัพธ์ในการดำเนินงานแล้วพบว่า
Homenet จะต้องขยายพื้นที่ดำเนินการออกไปอีกประมาณ 1 เท่าของพื้นที่เดิมที่ทำงานอยู่
จึงเป็นเงื่อนไขที่สำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นให้เจ้าหน้าที่ลงไปเปิดพื้นที่เพื่อขยายประเด็นแรงงานนอกระบบในพื้นที่ภาคกลางเป็นครั้งแรก
เริ่มทำงานกับกลุ่มและพื้นที่เป้าหมาย
การเริ่มงานในพื้นที่เป้าหมาย
เริ่มจากพยายามหากลุ่มเป้าหมายที่กระจายตัวอยู่ในชุมชนต่างๆ โดยการเช็คข้อมูลพื้นที่ที่เคยมีการลงไปศึกษาดูงานและเป็นกลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูลงานวิจัยกับมูลนิธิฯมาบ้างในช่วง
2- 3 ปีที่ผ่านมาและรวบรวมข้อมูลกลุ่มต่างๆในโครงการหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล
เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วทำการลงพื้นที่สำรวจกลุ่มและข้อมูลของพื้นที่ทั้งในเรื่องชุมชน
หน่วยงานระดับท้องถิ่น เพื่อประเมินความเป็นไปได้ และศักยภาพของพื้นที่
ในการดำเนินการว่าสามารถจะบรรลุเป้าหมายของโครงการได้หรือไม่ การเลือกพื้นที่ในครั้งแรกได้เลือกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสระยายโสม
อ. อุ่ทอง จ. สุพรรณบุรี และกลุ่มทอผ้าบ้านวังทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี
เป็นกลุ่มเริ่มดำเนินการ
ในปีที่
2 ของโครงการเป็นการขยายผลจากพื้นที่จ. สุพรรณบุรีไปยังจังหวัดใกล้เคียง
ซึ่งทีมงานได้ตัดสินใจเลือกดำเนินการ พื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ซึ่งไม่มีหน่วยงานเอกชน
หรือ NGOs ทำงานในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้นการหาพื้นที่และกลุ่มเพื่อทำงานปีที่
2 จึงต้องเริ่มจากการประสานหน่วยงานพัฒนาชุมชนในจังหวัด สุพรรณบุรี
นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร คัดเลือกกลุ่มตามเกณฑ์ที่โครงการกำหนดไว้
ลงพื้นที่สำรวจกลุ่มนำข้อมูลมาพิจารณาและคัดเลือก การดำเนินการในเรื่องนี้ต้องใช้เวลาและความระมัดระวังอย่างยิ่ง
เพราะต้องสร้างความคุ้นเคยกับชาวบ้าน ให้มีความไว้ใจที่จะให้ข้อมูลซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับการตัดสินใจเลือกพื้นที่
วิธีการให้หน่วยงานระดับท้องถิ่นที่มีความสนิทสนมกับชาวบ้านอยู่แล้วช่วยแนะนำหรือประสานงานให้จะทำให้เราสามารถทำงานได้เร็วขึ้น
การขยายกลุ่มในปีที่ 2 ได้ขยายเพิ่มอีก 5 กลุ่ม 4 พื้นที่ 3 จังหวัด
จากอาชีวอนามัยสู่การรวมตัวเครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคกลาง
จุดเริ่มต้นของการรวมตัวเป็นเครือข่ายแรงงานนอกระบบเกิดขึ้นหลังจากดำเนินการโครงการไปได้
2 ปีซึ่งแต่ละพื้นที่ที่ดำเนินการมีผลงาน ประสบการณ์ที่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนกันได้แล้ว
จึงมีการจัดประชุมแลกเปลี่ยนวิธีการ และบทเรียนจากการทำงานร่วมกันทุกพื้นที่
เมื่อได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน คณะทำงานและแกนนำชาวบ้านได้คิดวิเคราะห์วิธีการแก้ไขปัญหาของกลุ่ม
เริ่มมีการพูดคุยกันเรื่องพลังและอำนาจการต่อรองของภาคประชาชนกับหน่วยงานราชการและองค์กรทางการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ
เพื่อสนับสนุนการ แก้ไขปัญหาของกลุ่มแรงงานนอกระบบให้เกิดความยั่งยืน
จึงมีข้อเสนอในที่ประชุมให้มีการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย การคิดริเริ่ม
และตระหนักในเรื่องการรวมตัวและสร้างพลังต่อรองนับว่าเป็นก้าวแรกของการจัดตั้งเครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคกลาง
จากข้อเสนอที่ได้จากการประชุมในครั้งนั้น
ทางโครงการจึงจัดเวที พัฒนากระบวนการและ การสร้างเครือข่าย อย่างต่อเนื่องโดยจัดประชุมร่วมกันทุกเดือน
โจทย์ในการประชุม เน้นเรื่องของการก่อตั้งเครือข่าย โดยความร่วมมือและความตั้งใจ
ของกลุ่มเป้าหมายในโครงการ กำหนดเป้าหมายในการรวมตัว ให้มีความชัดเจน
และสิ่งสำคัญคือ กระบวนการและกิจกรรมต้องมีความต่อเนื่อง สามารถพัฒนาตนเองและเครือข่ายให้เกิดความเข้มแข็งต่อไป
กระบวนการเหล่านี้นำไปสู่การพูดคุยเรื่องรูปแบบของเครือข่าย มีการจัดตั้งคณะกรรมการเครือข่าย
และการจัดทำแผนงานตามมาในที่สุด
สถานการณ์ปัจจุบันของเครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคกลาง
ในปี
2549 ผู้นำกลุ่มผู้ทำการผลิตที่บ้านภาคกลางในพื้นที่ 3 จังหวัดคือ
ราชบุรี นครปฐม และสุพรรณบุรี จำนวน 7 กลุ่ม สมาชิก339 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบภาคกลาง
มีการประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานจัดตั้งเครือข่ายแรงงานนอกระบบในระยะเริ่มต้นกรรมการก่อตั้งคือผู้นำกลุ่มทั้ง
7 กลุ่มมีแนวคิดที่จะประชาสัมพันธ์ข้อมูลไปยังสมาชิกทั้งหมด และขยายพื้นที่
กลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้นก่อนที่จะเริ่มจัดตั้งเครือข่าย ดังนั้นจึงเริ่มแผนงานการขยายพื้นที่ดำเนินการโดยใช้ประเด็นเรื่องแรงงานนอกระบบกับสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน
เป็นประเด็นหลักในการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับกลุ่มอื่นๆ และหาสมาชิกเพิ่มเติม
เมื่อผู้นำได้มีการขยายแนวคิดเรื่องแรงงานนอกระบบออกไปมีกลุ่มผู้ทำการผลิตและกลุ่มเกษตรพันธะสัญญา
เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเพิ่มขึ้น 5 กลุ่ม สมาชิกประมาณ 150 คน จึงมีการจัดประชุมครั้งสำคัญขึ้นคือการประชุมเพื่อจัดตั้งเครือข่ายและเลือกกรรมการเครือข่าย
เครือข่ายสามารถที่จะพัฒนา ตนเองได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้อาจจะมาจากปัจจัยสำคัญคือการเลือกกลุ่มเป้าหมายและผู้นำที่ค่อนข้างมีทักษะ
และประสบการณ์ในการทำงานชุมชน จึงสามารถเพิ่มเติมประเด็นแรงงานนอกระบบเข้าไปในกลุ่มสมาชิกได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบันเครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคกลางมีคณะกรรมการดำเนินการ
9 คน ทีมทำงาน 12 คน รับผิดชอบกิจกรรม เครือข่าย 4 แผนงานคือ
1. การเผยแพร่ความรู้เรื่องสุขภาพความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานนอกระบบ
2. การขยายฐานสมาชิก ของเครือข่ายฯ โดยเก็บค่าสมาชิกคนละ 10 บาท /ปี
3. การระดมทุนเพื่อใช้ในการดำเนินงานของกรรมการ และเครือข่าย
4. การจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และรณรงค์เรื่องสิทธิแรงงาน
คณะที่ปรึกษา
1. เจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี
2. เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาชีวเวชกรม โรงพยาบาลโพธาราม จ. ราชบุรี
3. นายก อบต. สระยายโสม จ. สุพรรณบุรี
4. หัวหน้าสถานีอนามัยตำบลไทรงาม อ. บางเลน จ.นครปฐม
5. หัวหน้าสถานีอนามัยตำบลบ้านเลือก อ. โพธาราม จ. ราชบุรี
6. สถานีอนามัยตำบลสระยายโสม อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี
ฐานสมาชิกของเครือข่าย
คณะกรรมการและที่ปรึกษาเครือข่ายประเมินสถานการณ์ของสมาชิก
เครือข่ายพบว่าการรวบรวมสมาชิกในระบบกลุ่มนั้นไม่สามารถสร้างพลังการต่อรอง
สร้างความตระหนักและความร่วมมือของสมาชิกระดับบุคคลได้ เพราะสมาชิกกลุ่มยังขาดความเข้าใจเรื่องบทบาทหน้าที่ของการเป็นสมาชิก
เครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคกลาง จึงปรับแผนการจัดทำฐานสมาชิกโดยการรับสมัครสมาชิกเป็นรายบุคคล
และจัดเก็บค่าธรรมเนียม คนละ 10 บาท ต่อปี เพื่อให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการจ่ายและการรับประโยชน์จากการเป็นสมาชิกระดับบุคคล
ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 300 คน
สิทธิต่างๆที่สมาชิกจะได้รับคือ
1. จดหมายข่าว 3 เดือนครั้ง
2. สมัครเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมให้ความรู้ต่างๆได้
3. ขอรับคำปรึกษาด้านสิทธิต่างๆได้
นอกจากนี้คณะกรรมการเครือข่ายยังมีแผนที่จะจัดทำสวัสดิการหรือการประกันชีวิต
ร่วมกับสมาชิกเครือข่ายเพื่อเป็นแรงจูงใจในการสมัครเป็นสมาชิกของเครือข่าย
ระยะแรกที่เริ่มดำเนินการนี้กิจกรรมหลักของเครือข่าย
คือการพัฒนาศักยภาพของผู้นำและกรรมการเครือข่ายในเรื่องการบริหารจัดการ
การวางแผนงาน และการจัดทำโครงการ
รวมถึงการจัดกิจกรรมการให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจเรื่องแรงงานนอกระบบกับสมาชิกกลุ่มต่างๆทั้งในประเด็นสุขภาพความปลอดภัย
และสิทธิแรงงาน ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้จึงสามารถขยายฐานสมาชิกในแต่ละพื้นที่ได้
อนาคต 3 ปีข้างหน้าเราอยากเห็นอะไรร่วมกัน
เครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคกลางมีการขยายเครือข่าย
ขยายฐานสมาชิกออกไปในตำบลใกล้เคียงได้เพิ่มขึ้น กรรมการเครือข่ายจึงเห็นควร
ให้มีเป้าหมาย มีกิจกรรมที่ต่อเนื่องชัดเจนเพื่อให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นในองค์กร
จึงมีการประชุมจัดทำยุทธศาสตร์ และแผนงานขึ้น
เป้าหมายในระยะ 3 ปีนี้ คือ
1. เครือข่ายจะจดทะเบียนเป็นสมาคม ภายในปี 2551
2. จะขยายฐานสมาชิกออกไปอย่างน้อย 600 คน ในปี 2552
3. สร้างทีมวิทยากรชาวบ้านที่มีความรู้ความเข้าใจประเด็น สิทธิแรงงาน
สุขภาพความปลอดภัย ของแรงงานนอกระบบ เพื่อเผยแพร่ และรณรงค์ประเด็นดังกล่าว
4. จัดกิจกรรมการอบรมให้ความรู้แก่สมาชิกปีละ 3-4 ครั้ง
5. พัฒนาศักยภาพกรรมการเครือข่ายในเรื่องการบริหารงาน และการบริหารโครงการเพื่อเตรียมการระดมทุนของเครือข่ายฯ
บทสรุป
จากสถานการณ์ความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการทำงานและสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย
ทำให้ประสบปัญหาจากการสัมผัสสารเคมีอันตรายจากวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทำงาน
สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เหมาะสม ท่าทางการทำงานที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม
มีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน รวมทั้งขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน
เป็นเหตุผลสำคัญของการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบ
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาพความปลอดภัยของแรงงานนอกระบบในประเทศไทยที่เห็นได้ชัด
คือ การขยายตัวของเครือข่ายแรงงานนอกระบบโดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมตัวเป็นเครือข่ายในระดับภูมิภาค(ภาคกลางและภาคใต้)
เครือข่ายแรงงานนอกระบบเป็นผู้นำการรณรงค์สุขภาพความปลอดภัยในการทำงานของกลุ่มอาชีพที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ
ทั้งนี้จากการติดตามสถานการณ์ต่างๆ การวิเคราะห์ปัญหา การรวมตัวเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาร่วมกัน
ทำให้เห็นภาพความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาสุขภาพความปลอดภัยกับปัญหาอื่นๆเช่น
ปัญหาการคุ้มครองแรงงาน หลักประกันความมั่นคงในการทำงาน เป็นต้น จึงมีการขยายแนวคิดสู่เรื่องสิทธิแรงงาน
หลักประกันทางเศรษฐิกจและสังคม การเสริมสร้างศักยภาพของผู้นำและกลุ่มทั่วทุกภูมิภาคของไทยจึงมีเป้าหมายในการสร้างความรู้ความเข้าใจมิติต่างๆของแรงงานนอกระบบที่มีความเชื่อมโยงกันนำไปสู่การรวมตัวเพื่อขับเคลื่นนโยบายการคุ้มครองส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
เป็นสำคัญ
|