| |
|
| |
|
| |
ศึกษาวิจัย
ที่ผ่านมามูลนิธิฯได้จัดทำงานศึกษาวิจัยเพื่อเผยแพร่ข้อมูลของแรงงานนอกระบบในแง่
มุมต่าง ๆ แก่สังคมโดยรวม รวมทั้งทำงานร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ
เพื่อให้ข้อมูลสถิติของประเทศมีข้อมูลของผู้รับงานไปทำที่บ้าน และนำผลการสำรวจข้อมูลและผลการวิจัยต่าง
ๆ ไปพัฒนาเป็นแนวทางในการพัฒนาส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ รวมทั้งนำไปใช้ในการรณรงค์เชิงนโยบาย
เช่น Social Protection for Women Home based Workers; The Informal
Workers in Thailand : The Case of Banthi Homeworkers Group; Supporting
Potential Women Exporters : A Case Study of the Northern Homebased
Workers Network, Thailand; ผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจต่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน;
การศึกษารูปแบบการคุ้มครองทางสังคมแก่ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และ การศึกษาปัญหาสุขภาพความปลอดภัยจากการทำงานของผู้ทำงานในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ
เป็นต้น |
| |
ส่งเสริมและพัฒนาความเข็มแข็งของเครือข่ายแรงงานนอกระบบ
โดยมูลนิธิได้พัฒนาความรู้ความสามารถในด้านการรวมกลุ่ม ความเป็นผู้นำ
และความรู้ด้านกฎหมาย แก่แรงงานนอกระบบซึ่งในปัจจุบันมีผู้ทำการผลิตที่บ้านรวมตัวกันเป็นเครือในระดับภาค
5 แห่งคือภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอิสาน และกรุงเทพมหานคร มีสมาชิก6,637
คน ประกอบอาชีพในประเภทต่าง ๆประมาณ 41 อาชีพ นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้เกิดการประสานงานระหว่างแรงงานนอกระบบภาคส่วนต่าง
ๆ เช่น เกษตรกรพันธะสัญญา กลุ่มมอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง กลุ่มพนักงานบริการ
กลุ่มคนทำงานบ้าน กลุ่มคนเก็บขยะ และกลุ่มหาบเร่แผงลอย เป็นต้น |
| |
เสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งของแรงงานนอกระบบในด้านเศรษฐกิจ
มูลนิธิได้ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาความรู้ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ เช่นการพัฒนาผลิตภัณฑ์
การพัฒนาทักษะการจัดการธุรกิจขนาดเล็กขนาดย่อม และการพัฒนาการตลาด เป็นต้น
|
| |
ส่งเสริมเรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานนอกระบบ
ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบันมูลนิธิได้รับการสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ
ในการศึกษาปัญหาสุขภาพผู้ทำการผลิตที่บ้านจัดทำโครงการนำร่องเพื่อจัดอบรมให้ความรู้และพัฒนาคู่มือการอบรมสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับงานและผู้ทำการผลิตที่บ้าน
จากนั้นจึงนำประสบการณ์ที่ได้ไปส่งเสริมและเผยแพร่แก่ผู้ทำการผลิตที่บ้านในพื้นที่เป้าหมายของมูลนิธิ
อีกทั้งยังพัฒนาพี้นที่ต้นแบบในการบูรณาการการทำงานของภาครัฐและเอกชนในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้กับแรงงานนอกระบบ
ซึ่งในระยะต่อไปมูลนิธิมีแผนงานที่จะผลักดันให้การดูแลคุณภาพชีวิตและสุขภาคความปลอดภัยในการทำงาน
ของแรงงานนอกระบบเป็นนโยบายและแผนงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น |
| |
ส่งเสริมและพัฒนาด้านการคุ้มครองทางสังคมแก่ผู้ที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ
มูลนิธิได้ส่งเสริมให้เกิดการออมทรัพย์และการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกภายในกลุ่ม
และร่วมกับเครือข่ายแรงงานนอกระบบรณรงค์เพื่อให้เกิดการขยายการประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบ
|
| |
รณรงค์และเผยแพร่ให้เกิดนโยบายและกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงานนอกระบบ
มูลนิธิได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งส่งผลให้ในปัจจุบันรัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานก็ได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมาพิจารณาควบคู่กัน
นอกจากนั้นมูลนิธิยังได้ร่วมกับภาคีอื่น ๆ ในการผลักดันการคุ้มครองเกษตรกรพันธะสัญญา
และคนทำงานบ้าน เป็นต้น |