ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา
ภาคีความร่วมมือ


 

          คำว่า “ แรงงานนอกระบบ ” นั้นมีการให้ความหมายโดยหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้อย่างหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น

  • กระทรวงแรงงาน ได้ให้ความหมายของแรงงานนอกระบบไว้ ครั้งล่าสุดเมื่อ ตุลาคม 2549 ว่า คือ ผู้มีงานทำ มีค่าตอบแทนหรือรายได้จากการทำงาน ไม่มีสภาพเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ให้ความหมายไว้เมื่อปี 2546 ว่า แรงงานนอกระบบหมายถึง ผู้มีงานทำที่อยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 10 คน ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยไม่มีลูกจ้าง ผู้ที่ช่วยธุรกิจครัวเรือนโดยไม่มีค่าจ้าง ทั้งนี้ไม่รวมลูกจ้างและข้าราชการในภาครัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ
  • สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้กำหนดความหมายของแรงงานนอกระบบ โดยหมายถึง ผู้ที่มีงานทำ มีรายได้ และไม่อยู่ในความคุ้มครองของพระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับปัจจุบัน สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

    1. กลุ่มที่มีการทำงาน หรือ รับจ้าง และมีรายได้ เช่น ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ผู้รับจ้างทำของ ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ ลูกจ้างของนายจ้างที่จ้างไว้เพื่อทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว หรือเป็นฤดูกาล ลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน อันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย
    2. ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีลูกจ้าง เช่น คนขับรถรับจ้างทั่วไปทั้งที่เป็นรถของตนเองหรือรถเช่า หาบเร่แผงลอย ช่างเสริมสวย ช่างตัดผม ช่างซ่อมรองเท้า เจ้าของร้านชำ หรือร้ายขายยา ทนายความ แพทย์ เป็นบุคคลที่ไม่ได้รับราชการ และไม่มีเงินเดือนประจำ
  • ในขณะที่ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) ให้คำนิยามของ เศรษฐกิจนอกระบบว่า “กิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกประเภทที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง และควบคุมโดยกฎหมาย หรือธรรมเนียมปฏิบัติ หรือไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเพียงพอ จึงดำเนินกิจกรรมนอกกรอบกฎหมาย โดยไม่มีการออกมาตรการใดๆคุ้มครอง หรือเป็นกิจกรรมที่มีกฎหมายรองรับ แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถบังคับใช้ได้ และเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติ เพราะ กฎระเบียบไม่เหมาะสม สร้างภาระให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง และก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูง” ILO ได้จำแนกผู้ทำงานในเศรษฐกิจนอกระบบเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1. นายจ้าง (Employers) ของกิจการขนาดเล็ก หรือกิจการนอกระบบที่มีลูกจ้างจำนวนน้อย
2. ผู้ประกอบกิจการของตนเอง (Self-employer / Own account workers) และผู้ใช้แรงงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง (Unpaid employees)
3. ลูกจ้าง (Workers) ในกิจการขนาดเล็ก หรือกิจการนอกระบบ หรือลูกจ้างที่ไม่มีนายจ้างแน่นอน หรือไม่มีสัญญาจ้าง เช่น ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และผู้รับจ้างทำของ
 

           จากที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่า ยังมีการให้คำอธิบายและความหมายที่แตกต่างกัน แต่อาจจะสรุปได้ว่า แรงงานนอกระบบ คือ ผู้ใช้แรงงานที่ทำงานโดยไม่มีสัญญาการจ้างงานที่เป็นทางการ หรือไม่มีนายจ้างตามความหมายของกฎหมายแรงงาน ไม่ได้ทำงานอยู่ในสถานประกอบการของนายจ้าง ไม่มีค่าจ้างหรือค่าตอบแทนที่แน่นอน หรือเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือเป็นผู้ที่ทำงานชั่วคราว
          แรงงานนอกระบบจึงเป็นแรงงานที่ไม่ได้อยู่ในกรอบความคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทั้งหมด ยกเว้นผู้รับงานไปทำที่บ้านซึ่งมีกฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานที่รับไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2547 ที่ได้บังคับใช้แล้ว แต่กฎหมายดังกล่าวยังไม่เอื้อให้กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านเข้าถึงสิทธิได้ จึงทำให้แรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ยังไม่มีหลักประกันในเรื่องสิทธิแรงงานและความมั่นคงในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่มั่นคง ค่าตอบแทนแรงงานที่เป็นธรรม สุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน โดยจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงความมั่นคงของชีวิตเมื่อไม่สามารถทำงานได้และในวัยชรา
          สำหรับการดำเนินงานของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet) ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ได้ให้ความสำคัญกับแรงงานนอกระบบ 2 กลุ่ม คือ

1) แรงงานนอกระบบกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน เกิดจากการจ้างงานที่นายจ้างพยายามลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจการค้าเสรี ด้วยการอาศัยช่องว่างของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จ้างแรงงานให้ทำการผลิตในบางขั้นตอน หรือทุกขั้นตอน อยู่ภายนอกสถานประกอบการด้วยค่าจ้างแรงงานราคาถูก
2) แรงงานนอกระบบกลุ่มผู้ผลิตเพื่อขาย คือ ครัวเรือนหรือกลุ่ม ที่ผลิตสินค้าขึ้นจากภูมิปัญญาทักษะความสามารถของตนเอง นำไปจำหน่าย หรืออาจจะรับคำสั่งซื้อ (order) มาจากผู้ประกอบธุรกิจการขาย หรือธุรกิจการผลิตที่มีขนาดใหญ่กว่า

         


 เหตุผลสำคัญที่มูลนิธิ Homenet เน้นการทำงานในกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มดังกล่าว คือ เป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตรวมของประเทศ และเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมในระบบการจ้างงาน และยังไม่ได้รับความคุ้มครองทางสังคมอย่างเพียงพอ

          ข้อมูลแรงงานนอกระบบในประเทศไทย นั้น ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนแน่นอน ซึ่งจะเห็นได้จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติซึ่งในปี 2548 พบว่ามีแรงงานนอกระบบประมาณ 22.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 62 ของกำลังแรงงานของประเทศ 36.3 ล้านคน เป็นผู้รับงานไปทำที่บ้านประมาณ 5.9 แสนคน ซึ่งร้อยละ 98 เป็นผู้หญิง ในขณะที่ตัวเลขบ่งชี้จากกระทรวงแรงงานประมาณการว่าแท้จริงมีผู้รับงานไปทำที่บ้านอยู่ถึงประมาณ 9.5 แสนคน ทั้งนี้อาจจะเนื่องจากการใช้คำจำกัดความ และหน่วยนับที่ยังมีความแตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน