• มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ | Foundation for Labor and Employment Promotion
    Close

    • มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ | Foundation for Labor and Employment Promotion
      Close

      ความเป็นมาของ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ

             เครือข่ายผู้รับงานไปทำที่บ้าน (Homeworkers) เกิดจากการรวมตัวของผู้รับงานไปทำที่บ้านและองค์กรพัฒนาเอกชนในกรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ปี 2535 ภายใต้โครงการส่งเสริมการคุ้มครองทางสังคม (Social protection) ให้กับผู้รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งดำเนินการโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organizations) หลังจากสิ้นสุดโครงการดังกล่าวในปี 2539 เครือข่ายฯก็ยังดำเนินงานมาจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นที่รู้จักกันในนาม “เครือข่ายแรงงานนอกระบบ หรือ Homenet Thailand”
               ในปี 2540 องค์กรพัฒนาเอกชนที่ดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายได้ร่วมกันก่อตั้งเป็นศูนย์ศึกษาและพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้านเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่ายฯ และศึกษาวิจัยประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับแรงงานนอกระบบ รวมทั้งรณรงค์ให้เกิดการผลักดันกฎหมายและนโยบายคุ้มครองทางสังคมของแรงงานนอกระบบ ต่อมาในปี2546 ศูนย์ฯได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิตามกฎหมาย ภายใต้ชื่อ “มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ(มพอ.)” และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Foundation for Labor and Employment Promotion อย่างไรก็ดีสังคมทั่วไปก็ยังคุ้นเคยกับมูลนิธิฯในนามของ Homenet Thailand

      วัตถุประสงค์

      มูลนิธิมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อ
      1) พัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการ การผลิต และการตลาด ของแรงงานนอกระบบ
      2) พัฒนาความเข็มแข็งของเครือข่ายแรงงานนอกระบบ
      3) เผยแพร่ความรู้เรื่องสิทธิ และมาตรฐานแรงงานแก่แรงงานนอกระบบ
      4) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดสวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคมแก่แรงงานนอกระบบ
      5) รณรงค์ให้เกิดการคุ้มครองทางกฎหมาย และนโยบายแก่แรงงานนอกระบบ

      ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน

      มูลนิธิฯ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านต่างๆ ในการส่งเสริมและพัฒนา รวมทั้งการรณรงค์ด้านนโยบายเพื่อให้เกิดการคุ้มครองแก่แรงงานนอกระบบดังนี้
      1. ศึกษาและวิจัย เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของแรงงานนอกระบบในสังคม และนำผลการศึกษาวิจัยไปใช้ในการกำหนดแนวทางส่งเสริม พัฒนา และรณรงค์ให้เกิดการคุ้มครองแรงงานนอกระบบ
      2.สร้างเสริมศักยภาพของผู้รับงานไปทำที่บ้านในด้านการรวมกลุ่มและการประกอบอาชีพ
      3.ส่งเสริมและพัฒนาด้านการคุ้มครองทางสังคมเพื่อสร้างความมั่นคงแก่แรงงานนอกระบบ
      4.รณรงค์ด้านนโยบายและกฎหมายที่ส่งเสริมและคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านและแรงงานนอกระบบอื่น ๆ

      กลุ่มเป้าหมาย

      ในระยะแรก มูลนิธิฯ ดำเนินงานกับกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านทั้งประเภทผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Self-employed) และผู้ประกอบอาชีพในลักษณะการรับเหมาช่วง (Sub-contracted) และต่อมา มูลนิธิฯได้ขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมไปยังแรงงานนอกระบบประเภทอื่น ๆ เช่นเกษตรพันธะสัญญา คนเก็บขยะ กลุ่มคนทำงานบ้าน คนทำงานภาคบริการ และมอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง เป็นต้น โดยการดำเนินงานกับแรงงานนอกระบบเหล่านี้จะกระทำโดยตรงหรือผ่านการประสานงานของเครือข่ายที่มีอยู่แล้วหรือผ่านทางองค์กรเอกชนที่ส่งเสริม โดยเมื่อกลางปี 2550 มีองค์กรแรงงานนอกระบบเข้าร่วมในเครือข่ายทั้งหมด 151 กลุ่มมีสมาชิกรวม 6,637 คน เป็นหญิง 5,031 คน ชาย 1,606 คน อยู่ในภาคการผลิต 144 กลุ่ม ภาคเกษตร 14 กลุ่ม และภาคบริการ 3 กลุ่ม เกี่ยวข้องอยู่ในอาชีพ 41 ประเภท เช่น ตัดเย็บเสื้อผ้า แปรรูปอาหาร เย็บรองเท้า ทำเครื่องประดับ และทอผ้า เป็นต้น

      เครือข่ายแรงงานนอกระบบ
      เครือข่ายแรงงานนอกระบบได้แบ่งการดำเนินงานเป็นระดับภาค ซึ่งแต่ละภาคมีการบริหารจัดการและดำเนินงานแยกจากกัน ตามความต้องการของสมาชิกภายในภาค แต่อยู่ภายใต้ทิศทาง และนโยบายของ เครือข่ายแรงงานนอกระบบระดับชาติ โดยคณะกรรมการเครือข่ายฯในระดับชาติจะได้รับเลือกมาจากตัวแทนของเครือข่ายในระดับภาค ภาคละ 4 คนสำหรับเครือข่ายแรงงานนอกระบบดังกล่าวนี้ทั้งในระดับภาคและระดับชาติ จะได้รับการพัฒนาและสนับสนุนจากมูลนิธิและ ศูนย์ประสานงานของมูลนิธิในระดับภาค รวมทั้งภาคีองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
      ภาคเหนือ
      เครือข่ายผู้ทำการผลิตภาคเหนือเป็นกลุ่มสตรีผู้ประกอบอาชีพอิสระและรับเหมาช่วงงานจำนวน 2,473 คน จาก 85 กลุ่ม ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา อุตรดิตถ์ น่านและแพร่ กลุ่มสมาชิกส่วนใหญ่ของเครือข่ายฯ ผลิตสินค้าหัตถกรรม ตัดเย็บเสื้อผ้าและแปรรูปอาหาร
      ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
      เครือข่ายผู้หญิงอีสานประกอบด้วยกลุ่มสตรีรับงานไปทำที่บ้าน จำนวน 1,465 คน จาก 23 กลุ่ม ใน 6 จังหวัดของภาคอีสาน คือ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด สุรินทร์ นครราชสีมา ศรีษะเกษ และ สกลนคร สมาชิกเป็นกลุ่มผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่หลากหลายอาทิ การทอผ้า การเย็บผ้าโหล การผลิตแหอวน รับเหมาผลิตพืชพันธุ์ การผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว และการผลิตดอกไม้ประดิษฐ์
      กรุงเทพมหานคร
      เครือข่ายแรงงานนอกระบบกรุงเทพมหานครเป็นกลุ่มผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจหลายประเภทประกอบด้วย การรับเหมาช่วงตัดเย็บเสื้อผ้า การผลิตเครื่องประดับชุบทอง การผลิตเครื่องทองลงหิน การรับเหมาปักมุกเสื้อผ้า ในพื้นที่ 12 เขตของกรุงเทพมหานคร เครือข่ายมีสมาชิกจำนวน 178 คน จาก 11 กลุ่ม
      ภาคใต้
      เครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคใต้เป็นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระและรับเหมาช่วงงานจำนวน 1,782 คน จาก 15 กลุ่ม ใน 5 จังหวัดคือ สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ปัตตานีและนราธิวาส สมาชิกของเครือข่ายประกอบอาชีพ ต่าง ๆ เช่น แกะปู กรีดยาง บริการซ่อมเรือ ตัดหัวกุ้ง จักสาน ปักผ้าด้วยมือ มอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง และเกษตรกรพันธะสัญญา เป็นต้น
      ภาคกลาง
      เครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคกลาง ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 734 คน จาก17 กลุ่มใน 4 จังหวัดคือ สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร อาชีพที่แรงงานเหล่านี้เข้าไปเกี่ยวข้องคือ ทำตุ๊กตา ทำเครื่องเบญจรงค์ งานปักผ้าด้วยมือ เย็บผ้า และทำเครื่องจักสานจากผักตบชวา เป็นต้น นอกจากนั้นเครือข่ายฯยังประสานงานกับเครือข่ายเกษตรกรพันธะสัญญา กลุ่มมอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง และกลุ่มหาบเร่แผงลอย

      ผลงาน

      • ศึกษาวิจัย
      ที่ผ่านมามูลนิธิฯได้จัดทำงานศึกษาวิจัยเพื่อเผยแพร่ข้อมูลของแรงงานนอกระบบในแง่ มุมต่าง ๆ แก่สังคมโดยรวม รวมทั้งทำงานร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อให้ข้อมูลสถิติของประเทศมีข้อมูลของผู้รับงานไปทำที่บ้าน และนำผลการสำรวจข้อมูลและผลการวิจัยต่าง ๆ ไปพัฒนาเป็นแนวทางในการพัฒนาส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ รวมทั้งนำไปใช้ในการรณรงค์เชิงนโยบาย เช่น Social Protection for Women Home – based Workers; The Informal Workers in Thailand : The Case of Banthi Homeworkers Group; Supporting Potential Women Exporters : A Case Study of the Northern Homebased Workers Network, Thailand; ผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจต่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน; การศึกษารูปแบบการคุ้มครองทางสังคมแก่ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และ การศึกษาปัญหาสุขภาพความปลอดภัยจากการทำงานของผู้ทำงานในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ เป็นต้น
      • ส่งเสริมและพัฒนาความเข็มแข็งของเครือข่ายแรงงานนอกระบบ
      โดยมูลนิธิได้พัฒนาความรู้ความสามารถในด้านการรวมกลุ่ม ความเป็นผู้นำ และความรู้ด้านกฎหมาย แก่แรงงานนอกระบบซึ่งในปัจจุบันมีผู้ทำการผลิตที่บ้านรวมตัวกันเป็นเครือในระดับภาค 5 แห่งคือภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอิสาน และกรุงเทพมหานคร มีสมาชิก6,637 คน ประกอบอาชีพในประเภทต่าง ๆประมาณ 41 อาชีพ นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้เกิดการประสานงานระหว่างแรงงานนอกระบบภาคส่วนต่าง ๆ เช่น เกษตรกรพันธะสัญญา กลุ่มมอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง กลุ่มพนักงานบริการ กลุ่มคนทำงานบ้าน กลุ่มคนเก็บขยะ และกลุ่มหาบเร่แผงลอย เป็นต้น

      • เสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งของแรงงานนอกระบบในด้านเศรษฐกิจ
      มูลนิธิได้ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาความรู้ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ เช่นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาทักษะการจัดการธุรกิจขนาดเล็กขนาดย่อม และการพัฒนาการตลาด เป็นต้น

      • ส่งเสริมเรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานนอกระบบ
      ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบันมูลนิธิได้รับการสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ในการศึกษาปัญหาสุขภาพผู้ทำการผลิตที่บ้าน จัดทำโครงการนำร่องเพื่อจัดอบรมให้ความรู้และพัฒนาคู่มือการอบรมสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับงานและผู้ทำการผลิตที่บ้าน จากนั้นจึงนำประสบการณ์ที่ได้ไปส่งเสริมและเผยแพร่แก่ผู้ทำการผลิตที่บ้านในพื้นที่เป้าหมายของมูลนิธิ อีกทั้งยังพัฒนาพี้นที่ต้นแบบในการบูรณาการการทำงานของภาครัฐและเอกชนในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้กับแรงงานนอกระบบ ซึ่งในระยะต่อไปมูลนิธิมีแผนงานที่จะผลักดันให้การดูแลคุณภาพชีวิตและสุขภาคความปลอดภัยในการทำงาน ของแรงงานนอกระบบเป็นนโยบายและแผนงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

      • ส่งเสริมและพัฒนาด้านการคุ้มครองทางสังคมแก่ผู้ที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ
      มูลนิธิได้ส่งเสริมให้เกิดการออมทรัพย์และการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกภายในกลุ่ม และร่วมกับเครือข่ายแรงงานนอกระบบรณรงค์เพื่อให้เกิดการขยายการประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบ

      • รณรงค์และเผยแพร่ให้เกิดนโยบายและกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงานนอกระบบ
      มูลนิธิได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งส่งผลให้ในปัจจุบันรัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานก็ได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมาพิจารณาควบคู่กัน นอกจากนั้นมูลนิธิยังได้ร่วมกับภาคีอื่น ๆ ในการผลักดันการคุ้มครองเกษตรกรพันธะสัญญา และคนทำงานบ้าน เป็นต้น

      หน่วยงานความร่วมมือ
      มูลนิธิฯ มีการดำเนินงานและประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ในระดับประเทศ มูลนิธิฯ มีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานสร้างเสริมหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศและองค์กรนานาชาติ อาทิ เช่น ILO, UNIFEM, FNV, FES, Action Aid และ Solidarity Center
      ในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ มูลนิธิฯ เป็นสมาชิกของเครือข่าย Homenet Southeast Asia (ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ประเทศไทย ลาว และกัมพูชา) ซึ่งเป็นภาคีความร่วมมือกับเครือข่าย Homenet South Asia นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของ Women Informal Employment: Globalizing and Organizing(WIEGO) ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนานาประเทศ อาทิ Harvard University อเมริกา, University of Sussex ประเทศอังกฤษ, University of Natal ประเทศอัฟริกาใต้ WEIGO ทำการศึกษาวิจัยและรณรงค์ในเรื่องสตรีในภาคเศรษฐกิจไม่เป็นทางการในประเด็นต่างๆ อาทิ Global Market ( value chain analysis), Informal sector statistic, Social protection, Organizing and representation.

      สถานที่ติดต่อ

      มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (มพอ.)
      677/6 ซ.ลาดพร้าว 5/1 ถ.ลาดพร้าว แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
      โทรศัพท์ 02-5139242 โทรสาร 02-5138959
      E – mail: center@homenetthailand.org
      Website: www.homenetthailand.org